คณิตศาสตร์มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิด ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนําไปใช้ในชีวิตประจําวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อีกทั้ง ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่นๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดําเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข การเตรียมลูกให้มีความพร้อมโดยการสร้างทัศนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ให้ลูก จะเป็นการช่วยให้ลูกได้เรียนรู้คณิตศาสตร์จากสิ่งรอบตัว ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับลูกในอนาคต เพราะลูกจะเห็นว่าคณิตศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน สามารถนำมาเล่นสนุกและเรียนรู้ได้ ไม่ใช่การเรียนแบบท่องจำ หรือการเรียนพิเศษแต่เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากความเข้าใจและการได้ปฏิบัติจริง สามารถนำมาใช้ประโยชน์และพัฒนาชีวิตของตนเอง

13
พ่อแม่จะช่วยส่งเสริมลูกด้านคณิตศาสตร์ได้อย่างไร?
พ่อแม่สามารถช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์ด้วยการส่งเสริมให้เรียนรู้ผ่านการเล่น การทำกิจกรรมต่างๆ ได้ลงมือปฏิบัติ และคิดด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ก่อนเข้าเรียนในโรงเรียน โดยทำให้คณิตศาสตร์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่ายๆ และสนุก ด้วยการสอนคณิตศาสตร์ผ่านกิจวัตรประจำวันรอบตัว ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ของเด็กจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเด็กได้เพ่งสายตาไปที่วัตถุ การตั้งใจเพ่งมองหรือการสังเกตจะทำให้เด็กคุ้นเคยกับโลกที่เขาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยสรรพสิ่งในการเรียนรู้ สวนสาธารณะที่มีของจริงให้ศึกษา สัตว์ พืช สภาพดินฟ้าอากาศ ล้วนมีคุณค่าต่อการเรียนรู้ของเด็กทั้งสิ้นการสังเกต เป็นการฝึกให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงคุณสมบัติของแต่ละสิ่ง ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถแยกแยะสิ่งต่างๆ ออกจากกันและเรียนรู้ถึงรายละเอียดที่เหมือนและแตกต่างกันของวัตถุแต่ละชิ้น ช่วยให้เด็กได้ฝึกตีความหมายและใช้ประโยชน์ของรายละเอียดเหล่านั้น นำไปสู่การเปรียบเทียบ การจำแนก การลงความเห็น และสร้างความเข้าใจในเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว พ่อแม่ควรใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันสอนทักษะทางคณิตศาสตร์ต่างๆ ให้กับลูก โดยการชี้นำให้ลูกได้รู้จักตัวเขาเองและโลกที่อยู่รอบตัว เปิดโอกาสให้ลูกได้จับต้อง สัมผัส สังเกต ตีความหมาย และสื่อสารบ่อยๆ ทั้งนี้ควรฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงสภาพที่ดีงาม ได้ทดลองด้วยตัวของเขาเอง ได้รู้จริงด้วยการทำจริง เพื่อจะเป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้ในเรื่องที่ซับซ้อนต่อไป โดยเริ่มจากการสังเกตสิ่งของที่อยู่รอบตัว สิ่งของต่างๆ ที่มีอยู่ในบ้าน อาจเป็นสิ่งคุ้นเคยสำหรับลูก

แต่พ่อแม่ควรสอนให้รู้จักชื่อเรียก คุณสมบัติ และวิธีการใช้ หรือตำแหน่งที่วาง ขณะเดียวกันในบ้านก็มีสิ่งของที่ไม่คุ้นตาลูกเหมือนกัน พ่อแม่จึงควรชี้แนะให้ลูกได้มีโอกาสสำรวจและฝึกสังเกตสิ่งของเหล่านั้น โดยให้ลูกได้เรียนรู้ชื่อเรียก เรียนรู้ส่วนประกอบต่างๆ อธิบายการใช้ ข้อควรระวัง รวมถึงตำแหน่งที่เก็บวาง เพื่อให้ลูกได้มีข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุและคุ้นเคยกับโลกรอบตัวมากขึ้น เช่น สิ่งของที่วางอยู่ในห้องต่างๆ ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นในห้องรับแขก ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอน และในตู้เก็บของต่างๆ ขณะที่พาลูกสำรวจดูสิ่งของต่างๆ เหล่านั้นควรเปิดโอกาสให้ลูกได้พิจารณา จับต้อง ลูบคลำ สัมผัส ให้บอกชื่อ ศึกษาคุณสมบัติของวัตถุ ได้แก่ สี รูปทรง ผิวสัมผัส ความแข็ง ความนุ่ม หนัก เบา วัตถุดิบ วัสดุธรรมชาติที่ใช้ โดยพ่อแม่ถามคำถามเพื่อกระตุ้นให้ลูกตอบ ให้ลูกได้พูดบรรยาย ได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด เพื่อลูกจะได้มีข้อมูลเก็บสะสมไว้