เมื่อสิ่งแวดล้อมก้าวไปข้างหน้าเทคโนโลยีเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง การติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มต่างๆจึงเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับวัยรุ่นที่จะติดต่อกันทั้งที่รู้จักกันและกลุ่มที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนการที่เด็กต้องมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกันจึงสามารถรวมตัวกันได้โดยไม่ต้องนัดให้มาพบปะกันก็สามารถทำกิจกรรมที่สนใจร่วมกันได้ สามารถใช้เป็นโทรศัพท์ เล่นเกมส์ ถ่ายรูป และเล่นเน็ต ฯลฯ โดยมีการพัฒนาเครื่องมือเป็นเครื่องเดียวกัน เพื่อสื่อสารและรวมกลุ่มกันได้อย่างรวดเร็ว

การสื่อสารออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ จริงๆแล้วมีประโยชน์มากมายโดยเฉพาะใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้าเรียนรู้แลกเปลี่ยนคลังความรู้ที่น่าสนใจ เพื่อค้นขว้าหาความก้าวหน้าในการพัฒนาตนเอง และผลเสียของการสื่อสารออนไลน์โดยใช้เวลามากเกินไปก็ย่อมมีโทษมากเช่นกัน นอกจากกระทบต่อสายตาแล้วที่สำคัญจะทำให้เกิดการลืมหน้าที่แล้วขาดความรับผิดชอบต่อการเรียน สมาธิสั้น และลืมบทบาทหน้าที่การเป็นลูกและความสัมพันธ์ที่ดี ที่เคยช่วยงานบ้านและร่วมกิจกรรมกันอย่างมีความสุข  หรือแม้กระทั่งลืมกิจวัตรประจำวันของตัวเองในการดูแลรักษาสุขภาพ การรับประทานอาหารที่เป็นเวลา การดูแลรักษาความสะอาดร่างกาย ฯลฯ เทคโนโลยีเป็นผลร้ายต่อสังคม เป็นช่องทางการถูกล่อลวงได้ง่ายขึ้น เราจะพบว่า การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่นั้นทำให้การสื่อสารกันระหว่างบุคคลง่ายขึ้น

แต่ในขณะเดียวกันการสื่อสารที่ง่ายขึ้นนี่เองกลายเป็นช่องทางเหล่ามิจฉาชีพในการล่อลวง เช่น การพูดคุยสนทนาผ่านโปรแกรม Facebook Line จนนำไปสู่การล่อลวงไปข่มขืน และถูกส่งไปค้าประเวณียังต่างประเทศอย่างที่เป็นข่าว และสุดท้ายการนำไปสู่การก่ออาชญากรรม เช่น เด็กและเยาวชนที่ชอบเล่นเกมส์ ต้องการนำเงินไปเล่นเกมส์ หรือนำเงินไปซื้อของต่างๆ ในเกมส์ แต่เมื่อเด็กเหล่านั้นไม่มีเงิน เด็กๆก็จะยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงินมา อาจจะขโมยเงินคุณพ่อคุณแม่ อาจจะไปฉกชิงวิ่งราวกระเป๋า อย่างที่เห็นได้จากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวการวิ่งราวกระเป๋าโดยนำเงินไปเล่นเกมส์ สำหรับวัยรุ่นสามารถแก้ไขได้ และสิ่งที่พ่อกับแม่ทำได้ คือการสั่งสอนให้ลูกได้ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการสื่อสารให้เหมาะสม กำหนดระยะเวลาในการใช้ให้ชัดเจนในแต่ละวัน บริหารเวลาให็เป็นประโยชน์

การใช้อุปกรณ์สื่อสารออนไลน์เวลาควรคำนึกถึงกิจกรรมและหน้าที่ บอกให้ลูกนึกถึงความสำคัญในงานและการเรียน รับผิดชอบต่อบทบาทของการเรียน และซื่อสัตย์ต่อการกระทำนั้นๆ  หากคุญพ่อกับคุณแม่ทำได้เชื่อว่าระยะเวลาที่พ่อกับแม่บ่นจนทำให้ลูกเกิดความรำคาญใจจะลดลงแน่นอน ดังนั้นการแก้ไขการติดไอทีของวัยรุ่นจะต้องร่วมมือกันแก้ไขทั้งในส่วนของเด็กและพ่อแม่ด้วย

พ่อแม่คือบุคคลสำคัญในการดูแลลูก ควรเข้าใจว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการแสวงหาคนยอมรับ ควรชื่นชมลูกหากลูกสามารถจัดการในตัวเขาในการดูแลตัวเองได้    ควรส่งเสริมให้ลูกมีการพัฒนาความก้าวหน้าไปสู่การยอมรับนับถือตนเอง และสนับสนุนให้ลูกรู้ว่าตนเองเป็นใคร มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร มีเป้าหมายในการใช้ชีวิตตามหน้าที่รับผิดชอบหรือบทบาทของตนเองอย่างไร ลูกถึงจะเข้มแข็งอยู่ได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องติดเพื่อน สิ่งที่สำคัญพ่อแม่ควรทำความเข้าใจและจำเป็นต้องมีการเรียนรู้ในทักษะและเทคนิคบางประการในการใช้ไอทีได้บ้าง เพื่อสามารถดูแลให้ลูกได้ใช้ไอที่ได้อย่างถูกทางและมีประโยชน์อีกทั้งเป็นการป้องกันภัยอันตราย การล่อลวงจากการติดไอที และการสื่อสารออนไลน์ได้เป็นอย่างดี